วช. สนับสนุน มรภ.สวนสุนันทา นำเทคโนโลยีจัดการไฟป่าและความแห้งแล้งในพื้นที่เสี่ยงสูง ดำเนินการที่ อ.เวียงสา จ.น่าน

วช. สนับสนุน มรภ.สวนสุนันทา นำเทคโนโลยีจัดการไฟป่าและความแห้งแล้งในพื้นที่เสี่ยงสูง ดำเนินการที่ อ.เวียงสา จ.น่าน

   เมื่อ : 10 ก.พ. 2569

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นตรวจเยี่ยมโครงการ “การพัฒนากระบวนการจัดการไฟป่า และความแห้งแล้งในพื้นที่เสี่ยงสูงภาคเหนือตอนบน โดยใช้เทคโนโลยีช่วยตัดสินใจและทฤษฎีป่าเปียก“ ภายใต้แผนวิจัยเป้าหมายสำคัญของยุทธศาสตร์ ววน. “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย ผศ.ปริญวัฒน์ ธนศิรเธียรชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หัวหน้าโครงการ กล่าวรายงาน นายสังคม คัดเชียงแสน ปลัดจังหวัดน่าน กล่าวต้อนรับ คณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วมติดตามโครงการ ณ  มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาเขตน่าน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ขับเคลื่อนแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” ใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์จริงในระดับพื้นที่ ช่วยบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ วช.สนับสนุนทุนให้กับ “โครงการพัฒนากระบวนการจัดการไฟป่าและความแห้งแล้ง โดยใช้เทคโนโลยีช่วยตัดสินใจและทฤษฎีป่าเปียก” โดยมี ผศ.ปริญวัฒน์ ธนศิรเธียรชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ ประยุกต์ใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมจากงานวิจัย ได้แก่ ความรู้เรื่องการชิงเผา และเทคโนโลยีสนับสนุนการตัดสินใจ การพัฒนาและการจัดการความแห้งแล้งตามทฤษฎีป่าเปียกโดยใช้นวัตกรรมหลุมดักความชื้นและถ่านชีวภาพ เพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

ผศ.ปริญวัฒน์ ธนศิรเธียรชัย หัวหน้าโครงการ กล่าวถึงการดำเนินงานของโครงการดังกล่าวว่าได้ดำเนินงานนำร่องใน 2 พื้นที่ ได้แก่ ต.น้ำมวบและต.ทุ่งศรีทอง ควบคู่กับการเสริมความเข้มแข็งของป่าชุมชน โดย “นวัตกรในพื้นที่” ด้วยการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยให้สอดคล้องกับบริบทจริงของชุมชน ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลในพื้นที่พบว่า ปัญหาไฟป่ามักเกิดซ้ำเดิมจึงมีความจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีและเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจเข้ามาเสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและการป้องกันไฟป่าในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ

นายสังคม คัดเชียงแสน ปลัดจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าสูง แต่ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และภาวะความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้งานวิจัย และเครื่องมือเชิงระบบเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน ตั้งแต่กระบวนการวางแผน การบริหารจัดการพื้นที่ ไปจนถึงการติดตามประเมินผล จะช่วยเสริมศักยภาพการจัดการทรัพยากรและลดความเสี่ยงจากปัญหาไฟป่าและหมอกควันในระยะยาว ขอขอบคุณวช. และภาคีเครือข่ายที่ให้การสนับสนุน การดำเนินงานเพื่อประโยชน์งานสิ่งแวดล้อมของจังหวัดน่าน

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือเชิงบูรณาการในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากไฟป่า และปัญหา PM2.5 อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการสร้างศักยภาพให้กับชุมชนให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้ด้วยตนเอง

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ