ภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดตั้งสภาลมหายใจลุ่มแม่น้ำโขง ผูกเมืองคู่มิตรขจัดฝุ่นข้ามแดน

ภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดตั้งสภาลมหายใจลุ่มแม่น้ำโขง ผูกเมืองคู่มิตรขจัดฝุ่นข้ามแดน

   เมื่อ : 10 มี.ค. 2569

วันที่ 10 มีนาคม 2569 ภาคีเครือข่ายจัดการประชุมระดับนานาชาติ จัดตั้งสภาลมหายใจลุ่มแม่น้ำโขง : สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ใต้ฟ้าไร้พรมแดนที่ยั่งยืน GMS Breath Council Forum 2026 : Breathing Together Borderless Sky Shared Sustainability ณ โรงแรมเดอะ เฮอริเทจ จังหวัดเชียงราย

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน สภาลมหายใจกรุงเทพ สภาลมหายใจภาคเหนือ ตลอดจนภาคีเครือข่ายลุ่มแม่น้ำโขง ตัวแทนกลุ่มกะเหรี่ยงและ ตัวแทนกลุ่มคะเรนนีจากฝั่งเมียนมาร์ กล่าวนำการประชุมจัดตั้งสภาลมหายใจลุ่มแม่น้ำโขงเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด : สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงใต้ฟ้าไร้พรมแดนที่ยั่งยืน ”GMS Breath Council Forum 2026; Breathing Together Borderless Sky Shared Sustainability” โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม

ปัญหามลพิษฝุ่นควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน สังคม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยว แต่ด้วยบริบทของปัญหาที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับวิถีเกษตรกรรมที่ยังต้องพึ่งพาการใช้ไฟ การแก้ไข ปัญหาให้ลุล่วงจึงไม่อาจพึ่งพาเฉพาะกลไกของรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยพลังการขับเคลื่อนจากระดับฐานราก พลังการสื่อสาร ทั้งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลการเคลื่อนตัวของอากาศ ข้อมูลแผนที่ที่ดิน ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร อุตสาหกรรม การทำเหมืองแร่ การเข้าถึงข้อมูลการตลาด ข้อมูลผลการวิจัยในระดับพื้นที่ เป็นอาทิ ซึ่งภาษาราชการหรือภาษาทางการจะไม่เพียงพอในการเข้าถึง เข้าใจ และสร้างความตั้งใจในการร่วมพลังข้ามพื้นที่ ข้ามเขตแดน แต่ยังอยู่ในเขตภูมิศาสตร์อากาศเดียวกันได้

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เครือข่ายสภาลมหายใจในประเทศไทยได้ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคมในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ KESAN จากสหภาพเมียนมา และมหาวิทยาลัยสุภานุวงศ์ จาก นครหลวงพระบาง สปป.ลาว ทำการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันเพื่อจัดตั้ง ”สภาลมหายใจลุ่มแม่น้ำโขง” ภายใต้แนวคิดการแก้ไขปัญหาในระดับ (People-to-People) และ ”ท้องถิ่นสู่ท้องถิ่น (Local-to-Local) ”ประชาชนสู่ประชาชน” และจากนั้นก็มีปฏิบัติการร่วมในระดับพื้นที่เช่น การร่วมกันสร้างแนวกันไฟสองแผ่นดินระหว่าง ชาวสปป.ลาวกับชาวบ้านฝั่งไทย ในหลายจุด และมีการสร้างแนวกันไฟสองแผ่นดินระหว่างชาวกระเหรี่ยง และกลุ่มคะเนนีกับชาวบ้านฝั่งไทย เพื่อช่วยกันลดโอกาสการลามของไฟในพื้นที่ใกล้เส้นเขตแดน ที่ลมในแต่ละช่วงจะพัดให้ฝุ่นควันล่วงเข้าไปถึงพื้นที่อาศัยของชุมชน จนส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพและระบบนิเวศ สำหรับการจัดประชุมในวันนี้ มีเป้าประสงค์ 1. เพื่อระดมความคิดเห็นและจัดตั้งกลไกการทำงานของ ”สภาลมหายใจลุ่มน้ำโขง” อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งกำหนดโครงสร้างการบริหารงานร่วมกัน เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนเรื่องไฟข้ามแดน 2. เพื่อทบทวนและต่อยอดการดำเนินงานตามแนวทาง ”ปฏิญญาเชียงราย” (Chiang Rai Declaration) ว่าด้วยการจัดการหมอกควันข้ามแดนของภาคประชาชน ให้สอดรับและหนุนเสริมนโยบาย CLEAR Sky 3. เพื่อริเริ่มโครงการนำร่อง ”เมืองคู่มิตรแก้ฝุ่น” (Twin City Collaboration) ในพื้นที่ชายแดนเป้าหมาย และนำนวัตกรรมเชิงพื้นที่ เช่น ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศเครือข่ายภาคประชาชนมาใช้บูรณาการร่วมกัน 4. เพื่อร่วมกันวางแผนเพื่อหาทางจัดทำ ”แผนปฏิบัติการร่วมระยะ 2 ปี” (oint Action Plan 2026-2028) ที่ระบุกิจกรรม งบประมาณ และผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการนำแนวทาง GMS Airshed Corridor ระเบียง ลุ่มอากาศรุ่มแม่น้ำโขงมาแก้ไขปัญหา รวมถึงแนวทาง GMS Payment for Ecosystem Services” หรือ ตอบแทนคุณระบบนิเวศลุ่มแม่น้ำโขง เป็นต้นงานในวันนี้คือการเปลี่ยนสายลมที่เคยพัดพาปัญหาฝุ่นควันที่สร้างปัญหาต่อพื้นที่ ให้กลายเป็น ”สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง” เพื่อทวงคืนอากาศสะอาดและอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ประชากรที่อาศัยในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง นับล้านๆคน

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ