ปลุกพลังเยาวชนขับเคลื่อนการทวงคืนอากาศสะอาดด้วยข้อมูล

ปลุกพลังเยาวชนขับเคลื่อนการทวงคืนอากาศสะอาดด้วยข้อมูล

   เมื่อ : 18 มี.ค. 2569

17 มีนาคม 2569 สภาลมหายใจกรุงเทพฯ จับมือสภาเยาวชนกรุงเทพฯ ร่วมมือกับสมาคมคุณภาพอากาศ ภูมิอากาศและสุขภาวะ(ประเทศไทย) จัดกิจกรรมเสวนาร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  เสวนา” วิกฤตฝุ่นกทม. และบทบาทของคนรุ่นใหม่” เพื่อปลุกพลังเยาวชน ช่วยกันขับเคลื่อนการรับมือสภาพอากาศกรุงเทพฯด้วยข้อมูลและนวัตกรรม

ในวงเสวนา ประกอบด้วย รศ.ดร.พิชญ รัษฏาวงศ์ จากสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ  ผศ.ดร.พงษ์เทพ หาญพัฒนากิจ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ผู้จัดการและเลขานุการสภาลมหายใจกรุงเทพฯเป็นวิทยากร มีรศ.ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล จากสมาคมคุณภาพอากาศ ภูมิอากาศ และสุขภาวะ(ประเทศไทย)เป็นผู้ดำเนินรายการ

นายวีระศักดิ์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯกล่าวตอนหนึ่งว่า กิจกรรมนี้เป็นไปเพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เห็นมุมในการบริหารบทบาทของภาคประชาสังคม ในฐานะพลเมืองตื่นรู้ โดยอาจมาร่วมกันพัฒนาแอพลิเคชั่นเกม นักสืบฝุ่น ที่เยาวชนในโครงการอาจใช้ผ่านกล้องโทรศัพท์มือถือเพื่อบันทึกภาพของรถหรือแหล่งปลดปล่อยฝุ่นควัน ที่พบเห็นซึ่งแอพลิเคชั่นจะบันทึกพิกัดที่พบเจอแล้วส่งเข้าแอพลิเคชั่น Traffy Fondue โดยอัตโนมัติ แล้วอาจสะสมเป็นแต้มเกม แต้มส่วนลดราคา หรือเป็นคะแนนเครดิตพลเมืองแจ้งข่าว ทำให้คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดที่จะต้องเกิดขึ้นตามร่างกฏหมายอากาศสะอาดได้ใช้ประมวลเป็นระบบและนำไปสู่การร่วมรับผิดชอบเสนอทางแก้ไขต่อไปอย่างเป็นทางการ และในเมื่อมีการเริ่มเรียกประชุมรัฐสภานัดแรกหลังการเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ 14 มีค.ที่ผ่านมา ดังนั้นระยะเวลา 60 วันตามรัฐธรรมนูญก็เริ่มนับแล้ว ถ้าจะมี่นใจว่าสังคมสามารถช่วยกันปลุกชีพให้ร่างพรบ.อากาศสะอาดที่ต้องตกไปในชั้นวุฒิสภาเพราะเหตุยุบสภา รัฐบาลใหม่ต้องมีหนังสือไปแจ้งประธานรัฐสภาให้ทันใน 60 วันนี้ โดยมีสาระในหนังสือว่ารัฐบาลประสงค์จะให้ร่างพรบ.นี้กลับเข้าสู่ขั้นตอนของทางรัฐสภาที่ยังเหลืออยู่ ได้พิจารณาต่อจนคลอดออกมาเป็นกฏหมาย สังคมจะได้มีเครื่องมือเชิงระบบในการทำงานเรื่องฝุ่นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

”ดังนั้น น้องๆเยาวชนจึงควรจะติดตามให้ทุกฝ่ายในรัฐบาลใหม่อย่าลืมดำเนินการในเรื่องนี้ต่อให้ทัน เพื่อไม่ให้เกินเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด มิฉะนั้นร่างกฏหมายสำคัญนี้จะตกไปโดยเด็ดขาด สังคมต้องกลับไปเริ่มกระบวนการนำเสนอร่างกฏหมายนี้กันใหม่ เสียโอกาสทางสุขภาพของทุกคนไปอย่างไม่สมควร” ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯกล่าวในตอนท้าย

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ