สื่อสารองค์กร สคส. ชู AI ขับเคลื่อน GovTech ไทย สื่อสารเรื่อง PDPA ให้เข้าใจง่าย สร้างภูมิคุ้มกันข้อมูลสังคมดิจิทัล
สื่อสารองค์กร สคส. ชู AI ขับเคลื่อน GovTech ไทย สื่อสารเรื่อง PDPA ให้เข้าใจง่าย สร้างภูมิคุ้มกันข้อมูลสังคมดิจิทัล
ท่ามกลางการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภาครัฐ แนวคิด GovTech หรือการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงการทำงานและการสื่อสารของภาครัฐกำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐไทย โดยเฉพาะการนำ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)เข้ามาช่วยทำให้เรื่องสิทธิในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและนโยบายสาธารณะ สามารถสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายขึ้น
หนึ่งในหน่วยงานที่เริ่มนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้คือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ที่นำ AI มาช่วยสร้างสรรค์สื่ออธิบายหลักการของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562(PDPA) ในรูปแบบใหม่ ตั้งแต่คลิปวิดีโอสั้น มาสคอต ไปจนถึงบทเพลงที่ผลิตด้วย AI เพื่อเปลี่ยน “PDPA ที่เข้าถึงยาก” ให้กลายเป็นเนื้อหาที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับสื่อของประชาชนในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งสะท้อนทิศทางการสื่อสารของภาครัฐไทยที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม
น.ส.วีรินทร์ อรวัฒนพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดเผยว่า ทิศทางการสื่อสารของ สคส. ในระยะต่อไป จะมุ่งใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยพัฒนารูปแบบการสื่อสารให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับสื่อของประชาชนในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการทำให้เรื่องของ PDPA ซึ่งมักถูกมองว่าเข้าใจยาก สามารถอธิบายได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงประชาชนได้ในวงกว้างมากขึ้น
“ปัจจุบันการสื่อสารเรื่อง PDPA ผ่านเอกสารหรือภาษาทางราชการ อาจไม่เพียงพอสำหรับสังคมยุคดิจิทัล เราจึงพยายามปรับวิธีการสื่อสาร โดยนำ AI เข้ามาช่วยสร้างสื่อรูปแบบใหม่ เช่น คลิปวิดีโอสั้น แอนิเมชัน หรือคอนเทนต์เพื่อให้ประชาชนเข้าใจหลักการของ PDPA ได้ง่าย และครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น” น.ส.วีรินทร์ กล่าว
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของฝ่ายสื่อสารองค์กร คือการใช้ สื่อสร้างสรรค์เป็นสะพานเชื่อมระหว่างPDPA กับประชาชน โดยที่ผ่านมา สคส. ได้นำ AI มาใช้ในการผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ ทั้งการสร้างคลิปวิดีโอสั้นเพื่ออธิบายสถานการณ์เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การพัฒนาตัวละครหรือมาสคอตเพื่อช่วยสร้างการจดจำ รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการแต่งเพลงรณรงค์ ซึ่งถือเป็นรูปแบบการสื่อสารที่ง่ายต่อการเข้าใจ และสามารถสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“เราไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงเทคโนโลยี แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แนวคิดในการตระหนักรู้ ซึ่งมีความเป็นนามธรรม สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายและจับต้องได้มากขึ้น เช่น การนำสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน มาถ่ายทอดผ่านคลิปหรือบทเพลง เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพว่าการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคนอย่างไร” น.ส.วีรินทร์ กล่าว
สำหรับการใช้เพลงเป็นเครื่องมือสื่อสารนั้น น.ส.วีรินทร์ กล่าวว่า เพลงแรกของ สคส. ที่ชื่อว่า “ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์” ถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อสารแนวคิดสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและจดจำได้ โดยใช้จังหวะและทำนองที่เข้าถึงผู้ฟังทุกช่วงวัย ขณะที่เพลงที่สอง “Romance Scam” ซึ่งเปิดตัวในช่วงเทศกาลวันแห่งความรัก มีเป้าหมายเพื่อเตือนภัยเกี่ยวกับการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยเฉพาะรูปแบบการหลอกให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือโอนเงินผ่านความสัมพันธ์ออนไลน์
“เพลงเป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสาร ไม่ใช่เป้าหมายของเรา เป้าหมายที่แท้จริงคือการทำให้ประชาชนเข้าใจสิทธิของตัวเอง และตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เพราะเมื่อประชาชนเข้าใจและรู้เท่าทัน ก็จะสามารถป้องกันความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์หรือการถูกละเมิดข้อมูลได้ด้วยตัวเอง” น.ส.วีรินทร์ กล่าว
นอกจากนี้ สคส. ยังมีแผนพัฒนาเนื้อหาการสื่อสารผ่าน คลิป AI ที่อธิบายเรื่อง PDPA ในรูปแบบสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเรียนรู้เรื่องสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลได้จากสถานการณ์ที่ใกล้ตัว เช่น การให้ข้อมูลกับร้านค้าออนไลน์ การใช้แอปพลิเคชัน หรือการแชร์ข้อมูลในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
“สิ่งที่เราพยายามทำคือทำให้ PDPA ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนเข้าใจและนำไปใช้ได้จริง การใช้ AI ช่วยสร้างสรรค์คอนเทนต์จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาการสื่อสารของภาครัฐ ที่มุ่งเน้นให้ข้อมูลเข้าถึงง่าย โปร่งใส และสอดคล้องกับสังคมดิจิทัลในปัจจุบัน” น.ส.วีรินทร์ กล่าว