กรมศิลปากรเตรียมความพิเศษฉลอง 2 วาระสำคัญ “115 ปี กรมศิลปากร” และ “120 ปี หอสมุดแห่งชาติ”

กรมศิลปากรเตรียมความพิเศษฉลอง 2 วาระสำคัญ “115 ปี กรมศิลปากร” และ “120 ปี หอสมุดแห่งชาติ”

   เมื่อ : 20 มี.ค. 2569

 (วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569) ณ หอสมุดแห่งชาติ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงข่าวการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาส 115 ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร และ 120 ปี แห่งการสถาปนาหอสมุดแห่งชาติ ประกาศความพร้อมจัดงานเฉลิมฉลองวาระสำคัญในฐานะหน่วยงานด้านการอนุรักษ์ สืบทอด และต่อยอดมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า นับแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนากรมศิลปากรขึ้น เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พุทธศักราช 2454 นับเป็นเวลากว่าศตวรรษที่กรมศิลปากร ได้ทำหน้าที่สำคัญในการรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ให้สถิตสถาพรอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดมา ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 กรมศิลปากรจะครบรอบ 115 ปี ในฐานะแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ จึงได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรี พร้อมทั้งเปิดตัวเส้นทางสายวัฒนธรรม เชื่อมโยงกับพื้นที่ประวัติศาสตร์เกาะรัตนโกสินทร์ โดยจะมีการประดับไฟอาคารกรมศิลปากร อาคารถาวรวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นอกจากนั้น ยังงดเก็บค่าเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วทั่วประเทศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงการจัดสร้างพระพิฆเนศวร เนื่องในวาระพิเศษนี้ และยังมีการจัดทำตราไปรษณียากรที่ระลึก 115 ปี กรมศิลปากร รูปพระพิฆเนศวรซึ่งประดิษฐานด้านหน้าอาคารกรมศิลปากร (เทเวศร์) จำนวนพิมพ์ 100000 ดวง เริ่มจำหน่ายวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ 

อีกหนึ่งวาระสำคัญคือ 120 ปี แห่งการสถาปนาหอสมุดแห่งชาติ นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการสถาปนา “หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร” เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พุทธศักราช 2448 หอสมุดแห่งชาติจึงเป็นสถาบันหลักในการอนุรักษ์และสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาของชาติที่มีรากฐานอันมั่นคงและยาวนาน กรมศิลปากรจึงกำหนดจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 25 – 26 มีนาคม พุทธศักราช 2569 ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี มุ่งเน้นเผยแพร่ภารกิจด้านการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาชาติ และการยกระดับห้องสมุดไทยสู่มาตรฐานสากลภายใต้แนวคิด “มรดกภูมิปัญญาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย
1. นิทรรศการพิเศษ “12 ทศวรรษ หอสมุดแห่งชาติ บันทึกความทรงจำผ่านกาลเวลา” จัดแสดงวัตถุชิ้นเอกและเอกสารล้ำค่าที่หาชมได้ยาก ตั้งแต่ยุคหอพระสมุดวชิรญาณฯ จนถึงปัจจุบัน อาทิ คัมภีร์ใบลาน หนังสือหายาก และตู้ลายรดน้ำทรงคุณค่า
2. การสัมมนาวิชาการนานาชาติ ภายใต้หัวข้อ “หอสมุดแห่งชาติ มรดกภูมิปัญญาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรและผู้บริหารหอสมุดระดับโลกจากประเทศต่าง ๆ เช่น ฮังการี สิงคโปร์ โปแลนด์ แคนาดา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมและการบริหารจัดการห้องสมุดสู่ความยั่งยืน
3. กิจกรรม “เยี่ยมยลบนเส้นทางแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรม” กิจกรรมนำชมเส้นทางประวัติศาสตร์เชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้สำคัญ ได้แก่ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) หอสมุดดำรงราชานุภาพ หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และหอวชิราวุธานุสรณ์
4. กิจกรรมภาคค่ำ (Night at the Library) เปิดประสบการณ์นำชมห้องบริการพิเศษยามค่ำคืน อาทิ ห้องจัดแสดงตู้พระธรรม ห้องหนังสือหายาก และห้องบริการเอกสารโบราณ และยังสามารถรื่นรมย์กับกิจกรรม “ดนตรีในสวน” ณ ลานหน้าสำนักหอสมุดแห่งชาติ พร้อมกับการออกร้านจำหน่ายหนังสือ ของที่ระลึก และอาหารตลอดทั้งงาน

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “งานในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองความสำเร็จในอดีต แต่เป็นการแสดงศักยภาพของหอสมุดแห่งชาติในการก้าวสู่ทศวรรษใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริการสารสนเทศ เพื่อให้มรดกทางปัญญาของชาติถูกสืบสานและเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม”
กรมศิลปากรขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวาระ 115 ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร และ 120 ปี แห่งการสถาปนาหอสมุดแห่งชาติ โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมศิลปากร www.finearts.go.th และเว็บไซต์สำนักหอสมุดแห่งชาติ www.nlt.go.th 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ