115 ปี กรมศิลปากรพร้อมสร้างสรรค์ และต่อยอดมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ
115 ปี กรมศิลปากรพร้อมสร้างสรรค์ และต่อยอดมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ
วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงนโยบายเนื่องในโอกาส 115 ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร พร้อมเปิดตัวเส้นทางวัฒนธรรม “รากนครา มรรคารัตนโกสินทร์”
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนากรมศิลปากรขึ้น เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พุทธศักราช 2454 นับเป็นเวลากว่าศตวรรษที่กรมศิลปากร ได้ทําหน้าที่สําคัญในการรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ผ่านการอนุรักษ์ รักษา สร้างสรรค์และสืบทอด ให้อยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดมา โดยได้ปรับเปลี่ยนและพัฒนาแนวทางการดําเนินงานให้สอดคล้องกับยุคสมัย สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการนําเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้อย่างเหมาะสม มุ่งเน้นการนํามรดกทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ
กรมศิลปากร เป็นหน่วยงานหลักในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมแขนงต่าง ๆ ครอบคลุมงาน 4 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ งานด้านภาษา เอกสารและหนังสือ งานนาฏศิลป์และดนตรี และงานสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมและช่างศิลป์ไทย ในปีที่ 115 กรมศิลปากรยังคงยืนหยัดในการดำเนินภารกิจด้วยความเข้มแข็ง แข็งแกร่ง และเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ โดยก้าวต่อไปของกรมศิลปากรมีโครงการสำคัญดังนี้
1. อนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานที่เสื่อมสภาพ โดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนและต่อยอดพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
2. ดำเนินโครงการประดับไฟโบราณสถานเพิ่มเติมอีก 6 แห่ง ได้แก่ ปราสาทหินพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ เมืองโบราณเวียงกุมกาม จังหวัดเชียงใหม่ เมืองโบราณเชียงแสนจังหวัดเชียงราย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และบ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ จังหวัดลพบุรี ให้มีความงดงามในยามราตรีด้วยการประดับไฟอย่างถาวร ส่งเสริมให้โบราณสถานทำหน้าที่มากกว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ แต่จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างเม็ดเงินให้กับท้องถิ่น โดยจะเริ่มเปิดไฟให้สว่างไสวไปพร้อมกันในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี ร่วมกับการแสดงนาฏกรรมของสํานักการสังคีตต่อไป
3. พัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิด ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ทุกแห่งภายในพุทธศักราช2570 อาทิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
4. เปิดโรงละครแห่งชาติ หลังจากทำการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ เมื่อพุทธศักราช 2565 เพื่อให้มีศักยภาพถึงพร้อมในทุก ๆ ด้าน และเป็นไปตามมาตรฐานโรงละครระดับสากล โดยวันที่ 9 - 10 พฤษภาคมนี้ จะจัดการแสดงโขน ละคร ดนตรีไทยและดนตรีสากล เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้เข้าชมฟรี เพื่อทดสอบความพึงพอใจของประชาชนผู้มาใช้บริการ ทั้งระบบเสียง ระบบแสงระบบปรับอากาศ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
5. พัฒนาศูนย์ศิลปะการช่างไทย สำนักช่างสิบหมู่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ โดยจัดแสดงงานประติมากรรมต้นแบบอนุสาวรีย์สำคัญของประเทศ งานจิตรกรรม งานมุก งานช่างฝีมือชั้นสูง
6. งานด้านภาษาหนังสือ พัฒนาหนังสือเล่มไปสู่อีบุ๊ค เพื่อทำให้ความรู้ในหนังสือเข้าสู่ประชาชนได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของหอสมุดแห่งชาติด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริการสารสนเทศยกระดับห้องสมุดไทยสู่มาตรฐานสากล
7. จัดสร้างพิพิธภัณฑสถานงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในพื้นที่ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เป็นสถานที่รวบรวมองค์ความรู้โบราณราชประเพณี เกี่ยวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระศพ และองค์ความรู้ในการก่อสร้างพระเมรุมาศ พระเมรุ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ
นอกจากนี้ กรมศิลปากรได้ดำเนินการอนุรักษ์และพัฒนาอาคารกรมศิลปากรเดิม บริเวณสนามหลวง ซึ่งยังคงความงดงามของคุณค่าโบราณสถานสถาปัตยกรรมทรงยุโรป ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และอาคารเกียรติยศของกรมศิลปากร ภายในอาคารจัดแสดงประวัติความเป็นมา ตัวอย่างผลงานที่สำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ห้องสำหรับลงนามความร่วมมือกับนานาประเทศ ร้านจำหน่ายหนังสือของกรมศิลปากร และจำหน่ายของที่ระลึก พร้อมทั้งจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรม “รากนครา มรรคารัตนโกสินทร์” เชี่อมโยงกับแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าเยี่ยมชม เริ่มต้นจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว มายังอาคารกรมศิลปากร ซึ่งได้เตรียมจัดการแสดงดนตรีสากลทุกเดือน บรรเลงบทเพลงบอกเล่าเรื่องราวกำเนิดดนตรีสากลในประเทศไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน จากนั้นเยี่ยมชมอาคารถาวรวัตถุ หรือตึกแดง ซึ่งออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ปัจจุบันจัด
แสดงตู้พระธรรม มรดกล้ำค่าของไทย นิทรรศการพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 5 โดยจะจัดให้มีการแสดงดนตรีไทยทุกเดือน และเปิดโอกาสให้สมาคมต่าง ๆ หมุนเวียนกันมาจัดแสดงนิทรรศการ ของสะสม เช่น เครื่องกระเบื้องเครื่องถ้วย เครื่องโต๊ะ โดยไม่เก็บค่าเข้าชม จุดต่อไปได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ชมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ชิ้นเยี่ยมที่เป็นมรดกของแผ่นดินไทยในแต่ละยุคสมัย ชมการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี ณ โรงละครแห่งชาติ ชมความงดงามของวัดพระแก้ววังหน้า และชมศิลปะร่วมสมัย ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เป็นเส้นทางแห่งการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของชีวิตชาวบางกอกอย่างแท้จริง
อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า กรมศิลปากร จะมุ่งมั่นดําเนินงานตามภารกิจหลัก ด้านการอนุรักษ์ พัฒนา สร้างสรรค์ และต่อยอดมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศให้มีความเข้มแข็ง โดยมุ่งหวังให้กรมศิลปากรเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย และสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้กับคนในชาติสืบไป