“7 ปี พ.ร.บ. เทคโนโลยีป้องกันประเทศ จุดเปลี่ยนของประเทศไทย ลดการพึ่งพาการนำเข้า มุ่งสู่การผลิต และการส่งออก”

“7 ปี พ.ร.บ. เทคโนโลยีป้องกันประเทศ จุดเปลี่ยนของประเทศไทย ลดการพึ่งพาการนำเข้า มุ่งสู่การผลิต และการส่งออก”

   เมื่อ : 2 พ.ค. 2569

ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยีการทหารที่ก้าวกระโดด และรูปแบบสงครามสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ ความมั่นคงของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกำลังพล แต่ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถทางเทคโนโลยี และการพึ่งพาตนเอง

ในโอกาสครบรอบ 7 ปี พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) หรือ DTI จึงได้จัดงานเพื่อสะท้อน “จุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย” จากประเทศผู้นำเข้ายุทโธปกรณ์สู่การเป็นผู้วิจัย พัฒนา ผลิต และต่อยอดการส่งออก นับตั้งแต่การยกระดับภายใต้กฎหมายฉบับนี้ DTI ได้ทำหน้าที่เป็น “กลไกกลาง” ในการเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรมของประเทศ เข้ากับความต้องการด้านความมั่นคงของกองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้จริง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว

งานครบรอบ 7 ปี พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) จัดขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการศูนย์การเรียนรู้ด้านการวิจัย สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลเอก นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พลเอก ดร.ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ คณะที่ปรึกษา คณะผู้บริหาร สทป. ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายภาคี เข้าร่วมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงาน 

ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมสำคัญ อาทิ ระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ซึ่งเป็นผลงานที่ สทป. เป็นตัวกลางระหว่างกองทัพและภาคเอกชน ในการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถสำหรับใช้ในภารกิจสำคัญของกองทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงผลงานเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่นำไปใช้จริงและสร้างชื่อเสียงให้กับ สทป. อีกมากมาย พร้อมทั้งมีการสาธิตขีดความสามารถของการใช้หุ่นยนต์ Humanoid สายพันธุ์ไทย และหุ่นยนต์ขับเคลื่อน 4 ขา ตลอดจนสาธิตการบินอากาศยานไร้คนขับภายในอาคาร อีกทั้งมีการนำเสนอ “ทิศทางอนาคต” ของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย มุ่งเน้น 5 แกนหลัก ได้แก่ การวิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาอุตสาหกรรม การสร้างบุคลากรคุณภาพ การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ และการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของงาน 

การจัดงานในครั้งนี้ นอกจากเป็นวาระครบรอบ 7 ปี พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทหลักด้านการวิจัยและความมั่นคงที่บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสืบสานภารกิจสำคัญจากอดีตถึงปัจจุบัน และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ พร้อมยกระดับขีดความสามารถของภาคเอกชนไทย เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่เข้มแข็ง อันเป็นการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และสร้างความพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก โดยยึดถือว่าการมีเทคโนโลยีเป็นของตนเองนั้น ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่คือ “ความจำเป็นของประเทศ”

“DTI คิดเพื่อชาติ ทำเพื่อประชาชน”

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ