ผลงานทีมจักษุแพทย์ไทยได้รับรางวัลพิเศษในงานประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติที่ประเทศโปแลนด์

ผลงานทีมจักษุแพทย์ไทยได้รับรางวัลพิเศษในงานประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติที่ประเทศโปแลนด์

   เมื่อ : 17 มิ.ย. 2569

รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์  หัวหน้าทีมจักษุแพทย์ศูนย์ตาธรรมศาสตร์และทีมวิศวกรร่วมกันพัฒนานวัตกรรม D.R.E.A.M. Project  เครื่องมือช่วยลดภาวะตาบอดจากโรคต้อหิน ซึ่งเป็นสาเหตุตาบอดอันดับหนึ่งของคนไทยและคนทั้งโลก นวัตกรรมนี้ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้นำมาประกวดในงานนวัตกรรมระดับโลก 19th International Inventions and Innovation Contest ณ เมือง Katowice ประเทศโปแลนด์ ระหว่างวันที่ 2-3 มิถุนายน 2569 โดยมีนักประดิษฐ์จากประเทศไทยและหลากหลายประเทศทั่วโลกส่งผลงานเข้าร่วมประกวด

โรคต้อหิน (Glaucoma) เป็นภัยเงียบที่เกิดจากความดันภายในลูกตาสูงทำลายขั้วประสาทตาทำให้ผู้ป่วยค่อยๆสูญเสียการมองเห็นจนกระทั่งตาบอดไปในที่สุด ปัจจุบันการตรวจพบโรคต้อหินแต่เนิ่นๆมีความซับซ้อนและทำได้ยาก รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์  อ.นพ.นนทพันธ์ ณรงค์ นพ.ภาสวุฒิ ท่อแก้ว พญ.จิราพัชร เจนประเสริฐ นส.พิมพ์มาดา บูรพานนท์ ทีมจักษุแพทย์ศูนย์ตาธรรมศาสตร์ ร่วมกับนายวัชระ ศิริอาภรณ์ธรรม นายพัทธวุธ มานะพงศ์พันธ์ นายทินภัทร หนูแก้ว ทีมวิศวกรร่วมกันพัฒนานวัตกรรม D.R.E.A.M.(Deep learning Risk Evaluation Analytic Model for Glaucoma Screening) Project  จุดเด่นของนวัตกรรมนี้คือ เป็นครั้งแรกที่มีผนวกการใช้ AI(หลักการ Deep Learning วินิจฉัยภาพขั้วประสาทตาที่มีมาแต่เดิม มาผนวกกับปัจจัยเสี่ยงโรคต้อหินที่สำคัญ เช่น ความดันตา อายุและประวัติต้อหินในครอบครัว สำเร็จได้เป็นครั้งแรก ดังนั้นนวัตกรรมนี้จะช่วยตรวจพบโรคต้อหินได้ตั้งแต่ระยะต้นและป้องกันภาวะตาบอดจากโรคต้อหินได้ปีละหลายหมื่นคน

จากผลงานนวัตกรรมจากทั่วทุกมุมโลกที่มาร่วมประกวด นวัตกรรม D.R.E.A.M.Project นอกจากจะได้รับรางวัล Excellent Invention Award จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติแล้ว ยังสามารถชนะรางวัลเหรียญทอง และโล่รางวัล INTARG2026 Grand Jury Platinum Award ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลสูงสุดของงานในครั้งนี้อีกด้วย
          จากรางวัลนวัตกรรมระดับโลกที่ทีมจักษุแพทย์และวิศวกรไทยได้รับในครั้งนี้ นอกจากจะนำชื่อเสียงและความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทยแล้ว นวัตกรรมนี้ยังจะมีการนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยและประเทศไทยต่อไป

ประเด็นสำคัญ ผลงาน D.R.E.A.M Projects รางวัลนวัตกรรม Grand Jury Platinum Award และอีกหลายรางวัลจากประเทศโปแลนด์
1.โรคต้อหินคือภาวะความดันในลูกตาสูงจนกดขั้วประสาทตาให้เสื่อมทำให้ตาบอดทีละน้อย
2.อันตรายของโรคต้อหินเป็นสาเหตุตาบอดอันดับหนึ่ง กว่า 90%ผู้ป่วยไม่รู้ตัวเพราะค่อยๆบอดจึงถูกเรียกว่า “มฤตยูเงียบ”กว่าจะรู้ตัวก็แก้คืนไม่ได้
3.มาตรฐานทางการแพทย์ ทุกคนที่มีประวัติครอบครัวต้อหิน อายุ 40 ขึ้นไป มีปัจจัยเสี่ยงอื่น(ยาสเตียรอยด์ เบาหวาน อุบัติเหตุตา) อาการผิดปกติ(แสงรอบไฟ ปวดตึงตา) ต้องพบจักษุแพทย์วัดความดันตาอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
4.ปัญหาจักษุแพทย์มีน้อย(2000คน) คนเข้าถึงยากจึงไม่ได้ตรวจ ปัจจุบันมีเครื่องถ่ายภาพโรคจอตากระจายทั่วทุกพื้นที่(รพสต.)ของประเทศ สามารถช่วยคัดกรองโรคต้อหินได้ถึงในชุมชนแล้วค่อยให้คนที่มีความเสี่ยงสูงจำเป็นต้องรีบไปพบแพทย์จริง
5.หลักการคัดกรองด้วยภาพจอตามีใช้อยู่แล้วแต่ประสิทธิภาพ(ความแม่นยำ accuracy)ต่ำเพียง 90% ทีมจักษุแพทย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงร่วมกับทีมวิศวกร (รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์  อ.นพ.นนทพันธ์ ณรงค์ นพ.ภาสวุฒิ ท่อแก้ว พญ.จิราพัชร เจนประเสริฐ นส.พิมพ์มาดา บูรพานนท์ ทีมจักษุแพทย์ศูนย์ตาธรรมศาสตร์ ร่วมกับนายวัชระ ศิริอาภรณ์ธรรม นายพัทธวุธ มานะพงศ์พันธ์ นายทินภัทร หนูแก้ว ทีมวิศวกร) คิดค้น D.R.E.A.M Projects ขึ้นเป็นครั้งแรกที่มีการนำ AI วินิจฉัยภาพจอตาผนวกกับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของต้อหิน(ความดันตา อายุ ประวัติต้อหินในครอบครัว)ทำให้เพิ่มความแม่นยำของการคัดกรองได้ถึง 98.9%
6.D.R.E.A.M Projects จะช่วยลดการตาบอดคนไทยจากต้อหินได้มากลดความกังวล ลดความสูญเสียและสิ้นเปลือง คัดกรองเฉพาะคนเสี่ยงสูงให้รีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที
7.เพราะจุดเด่นนวัตกรรมนี้ จึงได้รับการคัดเลือกจากวช.(สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ)ให้เป็นหนึ่งในนวัตกรรมของไทยไปประกวดในงานนวัตกรรมนานาชาติ(19th International Inventions and Innovation Contest) ณ เมือง Katowice ประเทศโปแลนด์ วันที่ 2-3 มิถุนายน 2569 มีนวัตกรรมกว่า 200 ผลงานจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลกมาร่วมประกวด นอกจาก D.R.E.A.M Projects จะได้รับรางวัล Excellent Invention Award จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติแล้ว ยังสามารถชนะรางวัลเหรียญทอง และโล่รางวัล INTARG2026 Grand Jury Platinum Award ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลสูงสุดของงานครั้งนี้อีกด้วย
8.ปัจจุบันมีการใช้นวัตกรรมนี้กับผู้ป่วยบางส่วนในรพ.ธรรมศาสตร์ฯและเตรียมที่จะมีการนำไปใช้ตรวจคัดกรองในพื้นที่ต่างๆของประเทศไทยต่อไป

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ