กระทรวง อว. เปิดเวที NSTIS & STARS Open Sci. Connect Platform เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ววน. ทั่วประเทศ สู่การขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจฐานความรู้ ยกระดับการเข้าถึงทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านแพลตฟอร์มกลาง ของประเทศ พร้อมหนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมไทยอย่างยั่งยืน

กระทรวง อว. เปิดเวที NSTIS & STARS Open Sci. Connect Platform เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ววน. ทั่วประเทศ สู่การขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจฐานความรู้ ยกระดับการเข้าถึงทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านแพลตฟอร์มกลาง ของประเทศ พร้อมหนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมไทยอย่างยั่งยืน

   เมื่อ : 18 มิ.ย. 2569

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้รับการสนับสนุนทุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) (Thailand RISE Fund) จัดงานกิจกรรม NSTIS & STARS Open Sci. Connect Platform: เชื่อมโยงฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานสู่การขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อมุ่งสร้างการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศ โดยมี นายนิคม ปัญญาทวีกิจไพศาล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ให้เกีรยติเป็นประธานในพิธี กล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย ดร.วัฒนจักร พุ่มวิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มอุทยานวิทยาศาสตร์กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กปว.)ให้การกล่าวรายงาน โดยมี คณะผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตร NSTIS และ STARS จากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องบุษราคัม บอลรูม (Busarakam Ballroom) โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ เอเทรียม

นายนิคม  ปัญญาทวีกิจไพศาล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผน อววน. เผยว่า การพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้จำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งแนวคิด Open Science Infrastructure ถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นสังคมแห่งนวัตกรรม โดยจะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. ของประเทศ ลดข้อจำกัดในการวิจัยและพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น

ด้าน ศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบ NSTIS และ STARS จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานวิจัยและภาคเอกชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดข้อจำกัดในการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ขณะที่ระบบ STARS ยังช่วยสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการผลักดันการต่อยอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการ Deep-Tech Startup ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนแล้วกว่า 30 ราย สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐาน ววน. ในการสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ดร.วัฒนจักร พุ่มวิเศษ ผู้อำนวยการ กปว. ระบุว่ากิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยต่อยอดจากการพัฒนาฐานข้อมูลทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ ที่มีการรวบรวมข้อมูลเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการ โรงงานต้นแบบ และศูนย์ความเป็นเลิศจากทั่วประเทศไว้ในระบบกลาง เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และนักวิจัย สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้าน ววน. ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว 
และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด อันจะนำไปสู่การต่อยอดองค์ความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว

ภายในงานดังกล่าว ได้มีการเสวนาในหัวข้อ “Open Science Infrastructure : การเชื่อมโยง และการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อเร่งการขับเคลื่อนนวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขัน” โดยผู้แทนจากหน่วยงานด้านนโยบาย ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ แนวทางการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. เพื่อสนับสนุนการพัฒนางานวิจัย การสร้างนวัตกรรม และการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการบรรยายหัวข้อ : ความสำคัญของระบบฐานข้อมูลเพลตฟอร์ม ภายใต้กระทรวง อว. เพื่อผลักดันการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐาน เพื่องานวิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วัฒนจักร พุ่มวิเศษ ผู้อำนวยการ กปว. และกิจกรรม Workshop การใช้งานระบบ Science and Technology Appropriation Request System (STARS) และระบบ National Science and Technology Information System (NSTIS) โดยวิทยากรจากอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) เพื่อถ่ายทอดการใช้งานระบบอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของการบูรณาการระบบ NSTIS และ STARS ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวมกว่า 5500 ล้านบาท สนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน วทน. มากกว่า 2260 ล้านบาท กระตุ้นการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาจากภาคเอกชน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ตลอดจนส่งเสริมการยกระดับห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และการเติบโตของ Deep-Tech Startup ไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของการเชื่อมโยงข้อมูลและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรด้าน ววน. ร่วมกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็งและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานความรู้และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน