กรมศิลปากรพบ “แหวนทองคำมีจารึก” เพิ่มอีก ขณะเก็บโครงกระดูกและโบราณวัตถุ ”แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง”

กรมศิลปากรพบ “แหวนทองคำมีจารึก” เพิ่มอีก ขณะเก็บโครงกระดูกและโบราณวัตถุ ”แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง”

   เมื่อ : 3 ก.ค. 2569

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า  เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ได้มอบหมายให้นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นำทีมนักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญ ดำเนินการเก็บหลักฐานทางโบราณคดีได้แก่ ชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์และโบราณวัตถุที่พบขึ้นจากหลุมขุดค้น  แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เนื่องจากหลุมขุดค้นประสบปัญหาน้ำใต้ดิน ความเค็ม และความชื้นแฉะจากฤดูฝน ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้โครงกระดูกเปื่อยยุ่ยและโบราณวัตถุประเภทสำริดผุกร่อน จึงต้องเร่งเก็บเพื่อนำส่งไปอนุรักษ์ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ของกรมศิลปากร

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในระหว่างการจัดเก็บโครงกระดูกและโบราณวัตถุ นักโบราณคดีได้พบแหวนทองคำเพิ่มอีก จำนวน 2 วง จากโครงกระดูกหมายเลข 4 โดยหนึ่งวงพบว่าส่วนหัวแหวน มีการสลักอักษรโบราณ เป็นลักษณะของแหวนตราประทับ เบื้องต้น ดร.อุเทน วงศ์สถิต คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาษาโบราณ กรมศิลปากร สันนิษฐานว่าเป็นอักษรอินเดียโบราณพราหมี อายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 5 - 7 หรือประมาณ 1900 – 2100 ปีที่ผ่านมา อ่านว่า “ปุสรขิตส” แปลว่า “ของปุสรขิตะ” หมายถึงผู้ที่ถูกรักษาโดยฤกษ์หรือดาวปุษยะ สันนิษฐานว่า เจ้าของแหวนน่าจะอยู่ในวรรณะแพศย์ (พ่อค้า) ส่วนแหวนอีกหนึ่งวง ไม่มีลวดลายประดับตกแต่ง ทั้งนี้ เคยมีการค้นพบอักษรพราหมีบนตราประทับและเครื่องประดับมาแล้วในแหล่งโบราณคดีบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ แหล่งโบราณคดีคลองท่อม จังหวัดกระบี่ และแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร เป็นต้น ปัจจุบันทางสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้ดำเนินการส่งมอบแหวนทองคำทั้งสองวงให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เก็บรักษาไว้เพื่อเตรียมการอนุรักษ์และศึกษาต่อไป

สำหรับการดำเนินงานเก็บโบราณวัตถุที่เป็นโครงกระดูกมนุษย์แบ่งเป็น 2 แนวทางโดยจัดเก็บเป็นรายชิ้นส่วนสำหรับโครงกระดูกกลุ่มที่ 1 คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และการจัดเก็บแบบยกทั้งแท่นดินขึ้นจากหลุมขุดค้น สำหรับกลุ่มโครงกระดูกกลุ่มที่ 2 โดยมีทีมนักวิทยาศาสตร์ กรมศิลปากรร่วมกำกับดูแลและใช้วิธีผนึกโครงกระดูกเพื่อป้องกันการเสียสภาพ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนโครงกระดูกที่พบล่าสุด ที่สันนิษฐานว่าเป็นโครงกระดูกเด็กมีสภาพค่อนข้างเปื่อยและมีภาชนะสำริดขนาดใหญ่วางอยู่บริเวณกลางลำตัว จะใช้วิธียกขึ้นทั้งแท่นเพื่อความปลอดภัยและรักษาสภาพเอาไว้ให้ได้มากที่สุด คาดว่าภารกิจช่วงสุดท้ายนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นจะทำการปิดหลุมขุดค้นและจัดแถลงผลการดำเนินงานทางโบราณคดีระยะแรก โดยจะมีการจัดนิทรรศการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมโบราณวัตถุจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์และศึกษาวิจัย ฯ 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ