วช. ลงพื้นที่ “สถานีควบคุมไฟป่าดอยตุง” เตรียมพร้อมนำนวัตกรรม “โดรนป้องกันไฟป่า” เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมไฟป่าและลดปัญหาหมอกควัน ณ โครงการพัฒนาดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

วช. ลงพื้นที่ “สถานีควบคุมไฟป่าดอยตุง” เตรียมพร้อมนำนวัตกรรม “โดรนป้องกันไฟป่า” เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมไฟป่าและลดปัญหาหมอกควัน ณ โครงการพัฒนาดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

   เมื่อ : 27 ก.ค. 2569

วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ลงพื้นที่ สถานีควบคุมไฟป่าดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อเตรียมความพร้อมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนในการเฝ้าระวังและบริหารจัดการไฟป่า ลดปัญหาหมอกควันในพื้นที่ พร้อมด้วยทีมงานมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. นักวิจัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่า หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมลงพื้นที่เตรียมความพร้อม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนร่วมกับองค์ความรู้จากงานวิจัย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง การติดตามสถานการณ์ และการบริหารจัดการไฟป่าได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นต้นแบบในการขยายผลสู่พื้นที่เสี่ยงอื่นของประเทศ เพื่อยกระดับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

จากนั้น ทีมป้องกันไฟป่าของโครงการพัฒนาดอยตุง ได้นำเสนอพื้นที่ดูแลและผลการดำเนินงานของโครงการพัฒนาดอยตุง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ณ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พร้อมนี้ นายณรงค์ อภิชัย ประธานสายงานปฏิบัติการงานพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ได้ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงานในหลายมิติ พร้อมการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ดอยตุงให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถลดความเสี่ยงจากไฟป่าและหมอกควันได้อย่างเป็นรูปธรรม

โอกาสนี้ คณะผู้บริหารได้ร่วมชมการสาธิตการซ้อมปฏิบัติการใช้โดรนดับไฟป่า ณ สถานีควบคุมไฟป่าดอยตุง ซึ่งแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีโดรนในการเฝ้าระวังจุดความร้อน สำรวจพื้นที่เสี่ยง สนับสนุนการวางแผนปฏิบัติการ และส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เจ้าหน้าที่ภาคสนาม ตลอดจนลดข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง อันเป็นการต่อยอดผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริง

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ