โฆษกกระทรวง อว. ชูวิทยาศาสตร์–นวัตกรรม พลิกสังคมสูงวัยสู่ “Wellness Economy” ดันไทยก้าวสู่เศรษฐกิจเวลเนสฐานวิทยาศาสตร์

โฆษกกระทรวง อว. ชูวิทยาศาสตร์–นวัตกรรม พลิกสังคมสูงวัยสู่ “Wellness Economy” ดันไทยก้าวสู่เศรษฐกิจเวลเนสฐานวิทยาศาสตร์

   เมื่อ : 22 ก.ย. 2569

วันที่ 21 ก.ย. ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ โฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีเสวนา “Readiness for Super-aged Society and Wellness Economy” ภายในงาน Thailand Regulatory Reform ซึ่งจัดโดยสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง  (ป.ย.ป.) โดยกล่าวถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยรับมือการเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด ควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พร้อมชี้ว่า ความท้าทายดังกล่าวสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ หากประเทศไทยสามารถใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรมเข้ามายกระดับศักยภาพด้านสุขภาพและเวลเนสอย่างเป็นระบบ

ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจเวลเนส (Wellness Economy) กำลังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่า เศรษฐกิจเวลเนสทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เพิ่มขึ้น 7.9% จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นสัดส่วนกว่า 6.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของโลก (GDP) ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าตลาดดังกล่าวจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.6% และมีมูลค่าประมาณ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029 สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยสามารถเข้าไปมีส่วนแบ่งในตลาดโลกได้

“คำถามสำคัญคือประเทศไทยจะเปลี่ยนความท้าทายจากสังคมสูงวัยให้เป็นโอกาส และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้อย่างไร สิ่งสำคัญคือการยกระดับจาก Traditional Wellness ไปสู่ Scientific Wellness โดยนำข้อมูล งานวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจเวลเนส เปลี่ยนจากการดูแลสุขภาพที่มุ่งแก้ปัญหาเมื่อเกิดโรคแล้ว ไปสู่การส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก การป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล” ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ กล่าว

โฆษกกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีต้นทุนและจุดแข็งด้านสุขภาพและเวลเนสที่หลากหลาย ทั้งบริการสุขภาพ ภูมิปัญญาไทย สมุนไพร อาหาร การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการแพทย์เฉพาะบุคคล ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือ และมูลค่าในระดับสากล เปลี่ยน Wellness Economy ให้เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยฐานวิทยาศาสตร์ (Science-based Economy)

ภายใต้นโยบายของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กระทรวง อว. พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์จริง โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในหลายมิติ ได้แก่

???? วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ ที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัยและเศรษฐกิจเวลเนส
???? พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และฐานข้อมูลสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงรุกและการป้องกันโรค
???? ยกระดับภูมิปัญญาไทยด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างมาตรฐานและความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ
???? พัฒนากำลังคนทักษะสูง รองรับอุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนสแห่งอนาคต
???? เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และนักลงทุน เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการวิจัยและนวัตกรรม
???? ผลักดันงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่ภาคธุรกิจและตลาดโลก เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ บริการ และมูลค่าทางเศรษฐกิจ
???? ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิก (Clinical Trial Hub) เพื่อยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพของประเทศ

“ภารกิจของกระทรวง อว. จึงไม่ใช่เพียงการสร้างงานวิจัย แต่คือการทำให้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในบริบทที่สังคมสูงวัยกำลังกลายเป็นทั้งโจทย์ด้านสุขภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจ” ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ กล่าว

ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประเทศไทยสามารถเชื่อมโยง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Science Technology and Innovation: STI) เข้ากับศักยภาพด้านสุขภาพและเวลเนสได้อย่างเป็นระบบ ไทยจะสามารถยกระดับจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและเวลเนสของโลก ไปสู่การเป็นประเทศที่สามารถสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และมาตรฐานด้านเวลเนสที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งจะช่วยสร้างทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศในระยะยาว

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ