วช. เปิดเวทีชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรมของ ประจำปี 2570 “ด้านเศรษฐกิจและการเกษตร” หนุนพัฒนาการเกษตรไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม
วช. เปิดเวทีชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรมของ ประจำปี 2570 “ด้านเศรษฐกิจและการเกษตร” หนุนพัฒนาการเกษตรไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรมชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรมของ วช. ประจำปีงบประมาณ 2570 (NRCT Open House 2026) พร้อมแถลงผลสำเร็จจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม “ด้านเศรษฐกิจและการเกษตร” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวต้อนรับ ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช.1 และรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจและการเกษตรของไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาคการเกษตรไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนข้อกำหนดทางการค้า ดังนั้น เทคโนโลยีและนวัตกรรมจึงมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับคุณภาพสินค้า และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการดำเนินงานสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจและการเกษตร ของ วช. ประจำปีงบประมาณ 2570 จะอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 2 แผนงาน P11 “ขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเพิ่มโอกาสและยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่” และยุทธศาสตร์ที่ 4 แผนงาน P21 “ยกระดับการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์และนวัตกรที่มีทักษะสูงให้มีจำนวนมากขึ้น” โดยมุ่งเน้นการยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง ผ่านการวิจัยและนวัตกรรมในประเด็นสำคัญ ในกลุ่มเรื่องการเพิ่มมูลค่าไม้ผลสู่เกษตรมูลค่าสูง การเพิ่มมูลค่าไม้ดอกไม้ประดับสู่เกษตรมูลค่าสูง และการเพิ่มมูลค่าพืชผักสู่เกษตรมูลค่าสูง รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะและมาตรฐานการวิจัยเพื่องานด้านเกษตรมูลค่าสูง ในกลุ่มเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตรไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ภายในงาน มีการเสวนา เรื่อง “แนวทางการเขียนและพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ด้านเศรษฐกิจและการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2570” โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ถ่ายทอดแนวทางและประเด็นสำคัญในการพัฒนาข้อเสนอการวิจัย ดังนี้ ประเด็น “การยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง” โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กล้าณรงค์ ศรีรอต ประเด็น “การเพิ่มมูลค่าไม้ผลสู่เกษตรมูลค่าสูง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พีรเดช ทองอำไพ ประเด็น “การเพิ่มมูลค่าพืชผักสู่เกษตรมูลค่าสูง” โดย ศาสตราจารย์ ดร.กมล เลิศรัตน์ ประเด็น “การเพิ่มมูลค่าไม้ดอกไม้ประดับสู่เกษตรมูลค่าสูง” โดย นางสุนันทา สมพงษ์ และประเด็น “เทคโนโลยีชีวภาพ” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พร้อมด้วย การนำเสนอวีดิทัศน์แนะนำการใช้งานระบบ NRIIS การแนะนำมาตรฐานการวิจัยและจริยธรรมการวิจัย ตลอดจนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้เสนอขอรับทุนวิจัยและนวัตกรรม และสนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ต่อมา เป็นการแถลงผลสำเร็จจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจและการเกษตร โดย นางสุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 พร้อมกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเขียนข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมจากคณะนักวิจัยในหลากหลายสาขา ดังนี้
- ประเด็น “เปลี่ยนงานวิจัย สร้างมูลค่า จากต้นแบบสู่ตลาดจริง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มัสลิน นาคไพจิตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ประเด็น “ปลดล็อคเกษตรกรไทย ทำอย่างไรให้เข้าถึงและยอมรับเทคโนโลยี” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุภัทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ประเด็น “บูรณาการเทคโนโลยีสมัยใหม่กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก” โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ประเด็น “นวัตกรรมเชิงระบบ สร้างผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม” โดย ดร.วราห์ สารอินมูล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ทั้งนี้ กิจกรรมชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรมของ วช. (NRCT Open House 2026) พร้อมการแถลงผลสำเร็จจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม ถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบการวิจัยและนวัตกรรมของ วช. ประจำปีงบประมาณ 2570 ที่เปิดรับข้อเสนอตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 – 21 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ https://nriis.go.th รวมถึงทิศทางการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักวิจัยจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่สนใจ ได้มีแนวทางในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประเทศและสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน