สป.อว.หนุนผู้ประกอบการไทยนำศักยภาพ ”เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน” แก้โจทย์ธุรกิจครบวงจรผ่านกลไกอุทยานวิทยาศาสตร์ 4 ภูมิภาค

สป.อว.หนุนผู้ประกอบการไทยนำศักยภาพ ”เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน” แก้โจทย์ธุรกิจครบวงจรผ่านกลไกอุทยานวิทยาศาสตร์ 4 ภูมิภาค

   เมื่อ : 6 พ.ย. 2569

สป.อว. ผนึกสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทย เชื่อมเทคโนโลยีขั้นสูงสู่ภาคธุรกิจผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ 4 ภูมิภาค ครอบคลุม 44 แห่งทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมและสตาร์ทอัปเข้าถึงเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน เครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบขั้นสูง และผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ พร้อมบริการวิจัยครบวงจร มุ่งแก้โจทย์การผลิต พัฒนานวัตกรรม และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจไทย

กรุงเทพมหานคร - วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายนิคม ปัญญาทวีกิจไพศาล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) เปิดเผยว่า สป.อว. ร่วมกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) หรือ สซ. เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ระดับชาติ ผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค 4 ภูมิภาค ครอบคลุม 44 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา แก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิต และต่อยอดนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ความร่วมมือครั้งนี้ดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระยะเวลา 5 ปี โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญของ สซ. เข้ากับเครือข่ายสนับสนุนผู้ประกอบการของ สป.อว. ซึ่งมีอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคเป็นกลไกสำคัญในการรับโจทย์จากภาคธุรกิจ วิเคราะห์ความต้องการ และประสานการเข้าถึงบริการวิจัย เครื่องมือวิทยาศาสตร์ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญที่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
“เราต้องการให้ผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคเข้าถึงเทคโนโลยีและบริการวิจัยขั้นสูงได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยใช้อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคเป็นตัวกลางเชื่อมโยงโจทย์ของภาคธุรกิจกับนักวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายนิคม กล่าว

ด้าน รศ. ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า สซ. พร้อมนำศักยภาพของ “เครื่องกำเนิดแสงสยาม” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ขั้นสูงของประเทศ รวมถึงเครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบที่ทันสมัยและความเชี่ยวชาญของบุคลากร มาช่วยแก้โจทย์ให้ภาคอุตสาหกรรมผ่านบริการวิจัยตอบโจทย์แบบครบวงจร (Total Solution) และบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One-Stop Service)
บริการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์โครงสร้างและองค์ประกอบของวัสดุในระดับโมเลกุลด้วยเทคนิคแสงซินโครตรอน การวิเคราะห์ทดสอบด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ การสนับสนุนด้านเทคนิคและวิศวกรรม ไปจนถึงการให้คำปรึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยค้นหาสาเหตุของปัญหา ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ พัฒนากระบวนการผลิต และสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

“ซินโครตรอนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับงานวิจัยขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาให้ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงทั้งเครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญของ สซ. ผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ทำให้เราสามารถนำวิทยาศาสตร์เข้าไปช่วยวิเคราะห์ปัญหา พัฒนาผลิตภัณฑ์ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น” รศ. ดร.สาโรช กล่าว

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถใช้ประโยชน์จากความร่วมมือครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร การแพทย์ ยาและเครื่องสำอาง ยางและพอลิเมอร์ ปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ ยานยนต์ โลหะและเซรามิก อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนจุลภาค สิ่งทอ และอัญมณี รวมถึงธุรกิจนวัตกรรมและสตาร์ทอัปเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep-tech Startups) ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดสู่ตลาด

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังมุ่งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรผ่านการฝึกอบรม สัมมนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่ผู้ประกอบการและบุคลากรในเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต

นายนิคม กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือระหว่าง สป.อว. และ สซ. ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ระดับชาติเข้ากับความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่ ช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนและบริการวิจัยขั้นสูง ผ่านกลไกอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เพื่อเปลี่ยนโจทย์ท้าทายของภาคอุตสาหกรรมให้เป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำหรับผู้ประกอบการ ธุรกิจนวัตกรรม และสตาร์ทอัปที่สนใจ สามารถขอรับคำปรึกษาและประสานการใช้บริการผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคใกล้บ้านได้ ดังนี้

อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ โทรศัพท์ 055-267000 ต่อ 8733 และ 8734
อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 โทรศัพท์ 0-4304-8048 
อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 โทรศัพท์ 044-223600 
อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ โทรศัพท์ 0-7485-9500 0-7485-9502

หรือ ส่วนบริการอุตสาหกรรมและสังคม ฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 044-217-040 ต่อ 1607–1608 และ 1610–1611

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ